2006/Apr/19

ดีครับเพื่อนๆงานนี้มาแปลกๆครับจากเขียนกลอนคราวนี้ขอมาแบบเย่าประสาทให้เพื่อนกลัวกันขี้แตกขี้แตนมั่งนะงับ งิ งิเรื่องที่จาหยิบมาลงให้อ่านเป็นเรื่องที่ไปเจอมาของ ญ คนหนึ่งที่เค้าไปเจออะไรแปลกเข้า เอ้า เตรียมเข้าส้วมเง้อ อิ อิ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วนี้เองค่ะ เจนไปที่ทำงานของพ่อ นั่นก็คือโรงพยาบาล ตอนนั้นพ่อต้องเข้าเวรดึก เลยไม่มีใครอยู่บ้าน ก็เลยต้องพา เจนกับ พี่ชายไปด้วย พ่อไปตรวจงานที่ห้องฉุกเฉิน พี่ชายบอกว่าไม่มีอะไรทำ ก็เลยชวนกันไปเดินเล่นในโรงพยาบาล

เดินไปเดินมา ไปเจอห้องดับจิต ตอนนั้นเวลา 5 ทุ่มกว่าๆ พอพี่เห็นห้องดับจิต เลยชวนกันไปหาพ่อ เพราะแถวนั้น ไม่มีคนเลย นานๆ ถึงจะมีพยาบาลผ่านมา เดินไปเดินมา ก็หลงทางอีก พี่เค้าเลยหน้าซีด แต่พี่เค้าก็ยังมี เวลามา เก๊กหล่อ

ระหว่างทางเดินกลับ ก็เห็นคนไข้หญิงเดินผ่านมา เจนเลยเข้าไปถามทาง เค้าเลยอาสาจะพาไปส่ง ขณะเดินเค้าก็ ชวนคุยไปตลอดทาง คุยไปคุยมา ก็เข้าเรื่อง ผีจนได้ พี่ก็เลยชวนคุยเรื่องอื่น แล้วคนไข้ก็มาเข้าเรื่องผีอีก เลยไม่อยาก ขัดใจ ก็เลยคุยไปเรื่อยๆ

ขณะคุยก็เห็นที่ข้อมือเค้า มีสายสิญจน์สีขาว ก็เลยคิดถึงเรื่องผี ที่ผีมีสายสิญจน์สีแดงผูกที่ข้อมือ แต่ของคนไข้ เป็นสีขาว

เจนอยากรู้ก็เลยถามว่า "ทำไมต้องใส่สายสิญจน์" ทุกคนเลยหยุดการสนทนา แล้วต่างคนต่างเดิน ไม่พูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งทุกคนมาหยุดอยู่ ที่ห้อง เด็กอ่อน เจนเลยคิดว่า เข้าไปนั่งในนั้นจะดีกว่า ก็เลยชวนพี่ และหันกลับไปขอบคุณ คนไข้ เค้าบอกว่าไม่เป็นไร แล้วก็อยากคุยกับเจนอีก เค้าบอกให้เจน กับพี่ไปเยี่ยมเค้าบ้าง ที่ห้อง 139 แล้วเค้าก็เดิน กลับห้องไป ทั้งๆ ที่ทางนั้นเป็นทางตัน

เจนกับพี่ชายยืนช็อกอยู่ตั้งนาน พยาบาลเข้ามาถามว่า ยืนคุยกับใคร เจนก็บอกว่า คุยกับคนไข้ไง พยาบาลบอกว่า ไม่เห็นมีใครยืนอยู่เลย เห็นแต่เจนกับพี่แค่ 2 คน แล้วก็รีบดึงเจนกับพี่เข้าไปข้างในห้อง

พอตอนเช้า ไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อก็พาไปขอบคุณคนไข้คนนั้น แต่พอไปถึงห้องที่ว่า มันกลับเป็นห้องว่าง พอเข้าไปถาม พยาบาล เค้าก็บอกว่า คนไข้หญิง คนนั้นเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2 วันก่อน

____________________________________

มีหลายเรื่องครับ เอาเป็นว่าเลือกอ่านกันตามศรัทธาเลยละกันนะงับ งิ งิ

ผีเจดีย์ร้างที่บ้านวังสิงห์คำ

เมื่อปี พ.ศ.2488 ปลายสงครามโลกครั้งที่2 ผมรู้จักหมอผีชื่อดังผู้หนึ่ง อยู่บ้านเด่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ ชื่ออาจารย์จันทร์ ผู้ขมังเวทย์ ทรงคุณวิชาไสยเวทย์สารพัด ได้เล่าให้ผมฟังถึงการที่เคยได้รับลายแทงบอกที่ซ่อนขุมทรัพย์ฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นสมบัติของคนไทยในสมัยอยุธยา ที่เคยฝังไว้เมื่อคราวเสียกรุง ระบุถึงที่ซ่อนทรัพย์สินเงินทองที่ฝังไว้ไต้ฐานเจดีย์ร้าง ที่หมู่บ้านวังสิงค์คำ ริมฝั่งแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นบ้านคหบดีชาวคริสเตียนผู้หนึ่ง ภายในบริเวณบ้านซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 4ไร่ มีเจดีย์ร้างเก่าแก่สูงประมาณ4เมตร และมีตึกสีแดงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างหลังเจดีย์ สถานที่นี้เป็นวัดร้าง ไม่ค่อยมีใครกล้ามาอาศัยอยู่ เพราะลือกันว่า " ผีกั่น " เฮี้ยนมากๆ วันพระวันโกน จะมีเสียงร้องโหยหวนมากจากตึกอยู่เนืองๆ อยู่มาวันหนึ่ง อาจารย์จันทร์ ก็ชวนบริวารลูกศิษย์ไปลักขุดตามแผนที่ลายแทงในเวลาค่อนดึก ก่อนไปก็ได้จัดการอุ่นเครื่องเลี้ยงฉลองด้วย แม่โขง เมื่อพรองไปแล้ว 1 ขวดกลม ขบวนนักขุดก็เริ่มดำเนินการขนหมูเห็ดเป็ดไก่ เครื่องเซ่นสังเวยใส่รถสามล้อ ถีบตรงไปที่เจดีย์ร้างดังกล่าว เมื่อถึงอาจารย์จันทร์ก็จุดธูปเทียนบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง แล้วจอมขมังเวทย์หมอผีชื่อดังก็เริ่มร่ายเวทมนตร์สยบผี โดยไม่ลืมวนด้ายสายสิญจน์ล้อมรอบตัวทุกคน อาจารย์เล่าด้วยขวัญที่ยังระทึกอยู่ไม่หายว่า เวลาค่อนข้างดึกของคืนนั้นเยือกเย็นและวังเวงอย่างบอกไม่ถูก ลมเย็นหอบหนึ่งกระโชกพัดมากระทบกายอย่างแรงจนแสงไฟจากเทียนพิธีดับ เสียงหมาหอนเยือกเย็นแว่วรับกันเป็นทอดๆ ขณะนั้นเอง ใต้ฐานเจดีย์ ที่เขานั่งทับทำพิธีก็มีเสียงกึกๆ กักๆ ดังจากซ้ายไปขวา คล้ายเกิดการเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักๆด้วยคนหลายคน เสียงบริกรรมเวทมนตร์ก็ละล่ำละลักดังกระชั้นถี่ ฉับพลันนั้นเอง อาจารย์จันทร์ก็กระชากดายลงอาคมปักไปตรงบริเวณเสียงที่ดังลั่นขึกๆ อยู่ใต้ดิน โดยปักล้อมรอบเอาไว้ทั้งสี่ทิศเพื่อสกัดกั้นผีเฝ้าขุมทรัพย์มิให้ขนย้ายสิ่งของหลบหนี ทันใดนั้น บนยอดเจดีย์ก็มีเสียงร้องครวญครางราวกับได้รับความเจ็บปวด อาจารย์รีบยกจอบหมายจะขุดบริเวณที่ใช้ดาบปักล้อมไว้ข้างฐานเจดีย์ ขณะยกจอบเงี้อง่าจะขุด อาจารย์จันทร์ก็ล้มหงายหลังอย่างแรง เหมือนมีมือปีศาจมากระชาก พวกเขาก็แตกฮือวิ่งเผ่นกระเจิงออกนอกรั้วโดยไม่มีใครสั่งใคร หมอผีเองก็เผ่นกระโจนตามกันออกมาชนิดตัวใครตัวมัน อาจารย์จันทร์เล่าว่า พวกเขาเป็นไข้หัวโกร๋นกันไปหลายวันโดยไม่ได้นัดหมายกันเลย แล้วก็เข็ดไม่ยอมเป็นนักธรณีวิทยานอกระบบขุดสมบัติลายแทงกันอีก ถึงจะมีสมบัติมากมายแค่ไหนก็จะไม่ขอแตะต้องอีกชั่วชีวิต ข้อสังเกต ในบรรดานักขุดทั้งหลาย มีอยู่คนหนึ่งได้ขุดสมบัติจนร่ำรวย โดยสามารถตั้งโรงเลื่อยได้ แต่แล้วโรงเลื่อยก็ถูกไฟไหม้ไม่รู้สาเหตุ ครอบครัวได้รับความวิบัติต่างๆนาๆเป็นที่โจษขานกันในเมืองเชียงใหม่มาจนกระทั่งบัดนี้

___________________________________

ผีเปรตคืนวันพระ

เมื่อ พ.ศ. 2530 หนูได้ไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นงานเย็บผ้า และช่วงกลางคืนจะมีโอทีให้ทำและเป็นธรรมดาที่หนูชอบให้คนเล่าเรื่องผีให้ฟัง ซึ่งหนูก็ถามพี่เอกว่า เคยเห็นผีไหมถ้าเคยเห็นก็ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม พี่เอก ก็เล่าให้ฟังแต่พวกเราไม่ค่อยเชื่อว่าผีมีจริงหรือไม่ พี่เอกก็แนะนำว่าถ้าอยากเจอ เปรตให้ไปที่วัดชมนิมิตในคืนวันพระเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตี 3 ซึ่งคนที่ฟังพี่เอก เล่ามี 3 คน มี จันทร์ ต้อย และหนู พี่เอกบอกว่าถ้าไปถึงวัดแล้วให้ก้มลงมองลอด ใต้ขาตัวเองแล้วจะเห็นเปรต

พอถึงวันพระหนูกับเพื่อนก็ได้ไปที่วัดชมนิมิต พอไปถึงรู้สึกว่ามันเงียบ อากาศเย็น ลืมบอกไปว่า ต้องอยู่คนเดียว หนูก็พูดกับจันทร์และต้อยว่าเรามาด้วย กัน 3 คน แต่จันทร์ เป็นผู้ชายให้จันทร์เป็นคนลงมือดีกว่านะ เรามารอจันทร์อยู่ข้าง วินมอเตอร์ไซค์ประมาณสัก10 นาทีได้ ก็ได้ยินเสียงคนร้องขึ้นมา ซึ่งเราก็จำได้ว่า เป็นเสียงของจันทร์นั่นเอง


จันทร์คงจะเจอดีเข้าแล้วจะเข้าไปหาก็ไม่กล้าเลยตัดสินใจบอก วินมอเตอร์ไซค์ช่วยไปเป็นเพื่อน เมื่อช่วยกันหาก็เห็นจันทร์นอนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เรา ช่วยกันพยุงออกมาแล้วช่วยเรียกแท็กซี่กลับบ้านเราช่วยปฐมพยาบาลจันทร์จนฟื้น พอฟื้นแล้วอาการของจันทร์ก็ยังสั่นอยู่ พูดจาไม่รู้เรื่อง หนูกับเพื่อนก็ได้พักที่บ้าน ของจันทร์ เพราะว่ากลัวจนไม่กล้ากลับห้องพัก ตอนเช้าแม่ของจันทร์ก็พาเขาไป อาบน้ำมนตร์ที่วัดเดิม และก็ได้เล่าให้พระท่านฟังพระท่านก็พูดว่าทีหลังอย่าทำอีก ดีนะที่ไม่เป็นบ้า กว่าอาการของจันทร์จะหายได้ก็ประมาณ 2 สองอาทิตย์ เขาเล่า ให้ฟังว่าพอก้มลงมองลอดใต้ขาตัวเองเขาก็เห็นเปรต ตัวมันสูงมาก ปากแหลม มือยาว ตาสีแดง พอเตรียมตัวจะวิ่งหนีก็วิ่งไม่ออก เพราะเปรตยื่นมือมาจับขาเอา ไว้เขาร้องออกมาเพราะความกลัว จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

______________________________

วิญญาณพระ..ในภาพถ่าย

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2539 คือวันสงกรานต์ที่ผ่านมาทางหมู่บ้านของ ข้าพเจ้าคือ หมู่บ้านโพธิ์ศรี ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดการแข่งเรือที่บริเวณทุ่งนา ที่ไม่มีใครไปทำนา

ตั้งแต่เช้าผู้คนดูครึกครื้นมาก และงานได้ดำเนินไปจนเย็นและได้เลิกงานในที่สุด ตามปกติเมื่อเลิกงาน ช่างภาพก็นำภาพที่ถ่ายไปอัด เมื่อรับภาพเขาก็ตกใจเมื่อภาพที่ตนถ่ายนั้นมีพระร่างโตลอยอยู่เหนือศีรษะ เมื่อข้าพเจ้าได้ไปเห็นก็อดขนลุกไม่ได้

ต่อมาชาวบ้านได้ไปหาคนทรง

จากการสอบถาม คนทรงบอกว่า

พระที่เห็นนั้นแท้จริงไม่ใช่พระพุทธรูป แต่เป็นพระสงฆ์ที่มรณภาพแล้วและได้อยู่บริเวณวัดร้าง

______________________________

เสียงแขกห้อง 661

ผมเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบก็ยังติดอกติดใจแสง สี เสียง จึงพยายามหา งานทำ จนในที่สุดก็ได้งานที่ไม่ตรงกับสาขาที่เรียนจบสักเท่าไร แต่มันก็สนุกสนานดี เพราะ เป็นงานประเภทบริการซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชายต่างประเทศมากกว่า
คือผมทำงานที่โรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิท ต้องคอยตรวจตราไปทั้งโรงแรม หรือดูแลแขกในเรื่องทรัพย์สินเงินทองข้าวของ หรือแม้แต่การไปแจ้งความก็ต้องพาแขกชาว ต่างประเทศไปแจ้งของหาย
ผมทำหน้าที่แม้แต่จดถามชื่อคุณตัว จดที่อยู่เมื่อแขกพาตัวคุณมาค้างคืน
ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของแขกนั่นเอง เพราะเป็นหน้าที่และป้องกันชื่อ เสียงของโรงแรมอีกด้วย
วันหนึ่งมีแขกจากประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ชาย มาทำธุรกิจในประเทศไทย เดินทาง ระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทยเป็นประจำ
และแขกคนนี้เป็นแขกพิเศษของโรงแรมอีกด้วย พนักงานหลายคนรู้จักดี รวมทั้งผม รู้จักพูดคุยเสมอมา
บางครั้ง ผมจะขึ้นไปส่งถึงห้อง คือห้อง 661 แขกคนนั้นพักได้แค่ 2 วัน รุ่งขึ้นอีกวัน พนักงานพูดกันว่า แขกญี่ปุ่นที่ห้อง 661 ตายเสียแล้ว
โดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุเลย แม้บ้านทำความสะอาดเปิดห้องเจอตายเสียแล้ว
อยู่มา 2-3 วันเดินผ่านห้อง 661 ก็มีเสียงดังจากในห้อง ผมเข้าใจว่ามีคนไปพักแล้ว เลยเดินไปถามแม่บ้านว่าห้อง 661 มีแขกมาพักแล้วหรือ
แม่บ้านบอกว่า ยังไม่มีใครมาพักหรอก ตั้งแต่วันนั้นแล้ว เอาไว้สักระยะหนึ่งก่อนแล้ว ค่อยให้แขกมาพัก มีอะไรหรือ
ผมไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มก่อนเดินจากไป

______________________________

เพราะลืมกรวดน้ำ

เมื่อต้นปี 2516 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาร่วมงานฌาปนกิจศพของเพื่อน ชื่อ ป๋อใช้ ซึ่งเขาเป็นเจ้าพ่อใหญ่ในวงการพนันแห่งเมืองนครปฐม ถูกนักเลงใหญ่ต่างถิ่น ยิงตายในร้านอาหาร ศพของเขาถูกนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดปฐมเจดีย์ ในงานศพมีญาติ พี่น้องเพื่อนฝูงไปร่วมงานอีกมากมาย เพราะเขาเป็นคนมีอิทธิพลและกว้างขวางมาก ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเรียนชั้นมัธยมมาด้วยกัน มาทราบข่าวอีกครั้งหนึ่งก็ ทางหน้าหนังสือพิมพ์
เจ้าภาพเห็นข้าพเจ้าเป็นเพื่อนสนิทกันเลยให้ทอดผ้าบังสกุลในลำดับที่ 3 ภายหลังจากการทอดผ้าบังสกุลเสร็จ ข้าพเจ้ารู้สึกปวดท้องรุนแรงจึงต้องเข้าห้องน้ำใน บริเวณวัดนั่นเอง พอออกมาก็ได้เวลาเผาหลอก เมื่อเสร็จพิธีเผาศพแล้วข้าพเจ้าก็ได้ลา ญาติพี่น้องกลับบ้าน

ค่ำคืนนั้นเองเจ้าสุนัข 2 ตัวที่ข้าพเจ้าซื้อมาได้เห่าหอนกันใหญ่ ข้าพเจ้าเลย ออกมาดูที่หน้าบ้านเพราะกลัวพวกขโมยมาปีนรั้วขโมยของในบ้าน เนื่องจากว่าข้าง บ้านโดนประจำ

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือปืน 11 มม. ซึ่งเป็นเพื่อนคู่ใจออกมาด้วย ข้าพเจ้าสอดส่าย สายตามองดูรั้ว และถนนหน้าบ้านก็ไม่เห็นมีใครเดินผ่าน เลยเดินเข้าบ้านไปนอนต่อจน รุ่งเช้าของวันใหม่

ในคืนต่อมาสุนัข 2 ตัว ก็เห่าหอนอีก คราวนี้ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาเงี่ยหูฟัง ก็ได้ ยินเรียกชื่อข้าพเจ้ามาแต่ไกล พอจับใจความได้ว่า

" พัน โว้ย! ทำไมไม่กรวดน้ำให้ข้าวะ ข้ามาคอยวันกับคืนแล้ว เพราะทุก คนกรวดน้ำให้ข้ากันหมดแล้วนะ" แล้วเสียงนั้นก็หายไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้าจึงรีบตื่นมาทำอาหารคาวหวานใส่บาตรพระที่เดินมา บิณฑบาตหน้าบ้านจำนวน 3 รูปด้วยกัน เสร็จแล้วก็ไม่ลืมกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้กับเพื่อนรักของข้าพเจ้าดังกล่าว

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าก็ไม่ได้พบกับเหตุการณ์ประหลาดจาก เพื่อนอีกเลย

___________________________

เป็นไงครับเพื่อนๆ นี้แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น ถ้าใครติดตามบล็อคผมจะรู้ว่ามีให้อ่านกันทุกวันแน่นอนครับเพราะผมโพสใหม่ทุกวันอยู่แล้ว ยังมีอีกเยอะครับที่อยากลง แต่แค่นี้บางคนก็กลัวกัน ส้วมแตกไปหลายรายแล้ว เอาเป็นว่าซื้อส้วมใหม่มาให้ทันคราวหน้าละกันนะครับ คราวนี้ขอพักยกก่อน

ปล. อย่าลืม coment นะจ๊ะ บ๊ะบายจ้า

บุตรมังกร

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อั๊ย~!! น่ากัว
#1  by  +++Mizumi+++ At 2006-04-19 14:24, 
น่ากลัวมาก
#2  by  ^_^ BOYUDON บอยอุดร ^_^ At 2006-04-19 14:31, 
ม่ายเห็นน่ากลัวเร้ยหึหึหึ แต่...
ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเพราะกางเกงเปื้อนฉี่หมดแล้ว- -
#3  by  โอมนะครับกระผม At 2006-04-24 19:45, 
คิดถึงจัง
#4  by  วิว (125.26.238.193) At 2007-08-06 11:13, 
#5  by   (203.113.41.38) At 2007-08-07 13:48, 
หน้ากลัว
#6  by  ณัฐพล วันดาคุณ (203.113.41.38) At 2007-08-07 13:50, 
ควย
#7  by  ท่า (203.113.41.38) At 2007-08-07 13:52, 
ควยควยอิอิอิอิหีหีหีหีหีหีหีกดดิกดจ้ากดครับ
nvmvnh,mhj
#9  by  บอล (125.26.119.133) At 2008-01-02 16:45, 
อำถุ
#10  by   (124.120.56.236) At 2008-02-07 11:14, 
big smile confused smile
#11  by   (58.8.162.139) At 2008-04-25 14:37, 
#12  by  pop (125.24.226.113) At 2008-05-28 12:51, 
confused smile
#13  by  มาย (124.120.43.20) At 2009-06-28 16:00, 
sad smile
#14  by  ใท่เเ (58.181.136.210) At 2009-10-16 14:13, 

<< Home